2006/May/04

บทความที่ท่านจะได้อ่านเหล่านี้ มาจาก แม่ของผมท่านนึง ที่ผมเคารพรัก

ขอไว้อาลัยแด่ อาจารย์คิด สุวรรณศร

"ตอนนี้ไตของคุณเหลืออยู่ไม่ถึง 15%...ทางที่ดีคุณควรเตรียมตัวไว้สำหรับการฟอกไตด้วย" เสียงของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคไตบอก ฉันและสามีต่างมองตากันด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยคำถามมากมาย........

"ไตวายเรื้อรัง ระยะสุดท้าย".....มันเป็นคำจำกัดความเฉพาะโรคได้อย่างดุเดือด และเจ็บปวดเหลือเกิน......

หลังจากที่ได้เข้าไปรักษาอยู่นานเกือบครึ่งเดือนในโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่ง โดยมีคุณหมอดูแลอย่างใกล้ชิด ด้วยเพราะได้บารมีของบุคคลระดับผู้ใหญ่ที่กรุณาอนุเคราะห์จับจองเตียงให้ และผู้ป่วยที่มีดีกรีเป็นถึงอาจารย์และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป อีกทั้งผู้ป่วยมีพี่เขยและพี่สาวเป็นอดีตแพทย์ของโรงพยาบาลนี้เหมือนกัน ซึ่งคุณหมอที่เข้ามาทำการรักษาอาการป่วยหลายคนเคยเป็นลูกศิษย์ลูกหา และเป็นรุ่นน้องกันหลายท่าน..ทำให้ผู้ป่วยมีความอบอุ่นใจ คลายความกังวลไปได้เหมือนกัน

ในที่สุดคุณหมอก็วินิจฉัยให้มีการฟอกไต โดยทำการผ่าตัดเล็กที่บริเวณหน้าอก แต่สูงเกือบถึงไหปราร้า เพื่อทำการฝังท่อพลาสติกเพื่อใช้ในการฟอกเลือด วิธีการฟอกเลือด หรือวิธีการล้างไต ด้วยเครื่องไตเทียม คือผู้ป่วยจะได้รับการติดต่อกับสถานที่ล้างไตของเอกชน โดยคุณหมอเจ้าของไข้จะเป็นผู้ประสานงานให้ สัปดาห์หนึ่งต้องไปทำการล้างไต 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย และ 3 ครั้งเป็นอย่างมาก สำหรับของสามีฉัน คุณหมอนัดให้ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งมีการระบุวันและเวลาอย่างแน่นอน และมีการจำกัดการรับประทานอาหาร และน้ำ ในช่วงนี้ทำอยู่ประมาณ 1 ปี ก็รู้สึกว่าผู้ป่วยเริ่มไม่ไหว เพราะในระหว่างนี้เข้าห้อง ICU ด้วยอาการหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ถึง 2 หน ครั้งหนึ่งก็มีรายจ่ายไม่เคยต่ำกว่าแสน ในที่สุดก็เลยตัดสินใจ ทำการฟอกไตด้วยวิธี CAPD ซึ่งเป็นการผ่าตัดเล็กที่บริเวณช่องท้อง เพื่อฝังท่อพลาสติก เพื่อเอาไว้เชื่อมต่อกับถุงน้ำยาล้างไต ที่ต้องสั่งจากบริษัทโดยตรง วิธีการล้างก็ต้องทำทุกๆ 4 - 6 ชั่วโมง ทุกวัน ถึงตอนนี้ดูเหมือนจะเหนื่อยยากนะ แต่จริงๆ แล้วเป็นวิธีที่ผู้ป่วยสบายที่สุด เพราะไม่ต้องเดินทาง และไม่ต้องจำกัดอาหารเหมือนวิธีแรก เพียงแต่ต้องระวังการติดเชื้อ เพราะทุกขั้นตอนของการเปลี่ยนถุงน้ำยาต้องสะอาดอย่างมากมาก

....3 ปี ที่ทำด้วยวิธี CAPD ฉันมีหน้าที่เหมือนนางพยาบาลทุกอย่าง ดูแลปรนนิบัติอย่างดี เข้าออกโรงพยาบาลวิภาวดีรังสิต จนเหมือนเป็นบ้านหลังที่สองก็ว่าได้ ขนาดว่าทุกวันนี้ขับรถเข้าไปประตูทางด้านหลังโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนเดิมยิ้มรับด้วยไมตรี กุลีกุจอหาที่จอดรถให้โดยไม่ต้องไปวนขึ้นบนตึกให้เสียเวลาทุกครั้ง....ในความทุกข์ใจ มิตรภาพดีๆ ก็สามารถหาได้เสมอ....

1 ปีที่ผ่านมา ฉันตัดสินให้ผู้ป่วยดูแลตัวเอง โดยฉันออกมาทำงานเพียงลำพัง...แต่เปี่ยมไปด้วยกำลังใจเต็มหัวใจ...สู้.ที่ต้องลุกออกมาก็เพื่อความอยู่รอดของทุกชีวิต ไม่ว่าชีวิตของผู้ป่วย หรือชีวิตที่ต้องดำเนินต่อไปอีกของตัวเอง ครอบครัวของเรามีกันละกันเพียง 2 ชีวิตมา 18 ปีแล้ว และเมื่อปลายปีที่แล้วต้องเข้า ICU อีกครั้ง ด้วยอาการติดเชื้อ เนื่องมาจากท้องเสียอย่างรุนแรง

....หนู..ตามญาติคนป่วย...หนูไม่ต้องตัดสินใจนะ...คุณหมอที่ดูแลมาตลอดหลายปี บอกกับฉัน...น้ำตาฉันไม่รู้ว่ามันมาจ่ออยู่ที่เบ้าตาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันไหลพร่างพรูลงมา ฉันคิดอะไรไม่ออก สับสน

"คุณหมอค่ะ ช่วยเขาให้เต็มที่นะค่ะ เขาไม่มีใคร มีหนูคนเดียว"....คุณหมอมองหน้าฉันอย่างเห็นใจ...หลังจากนั้นเสียงผู้ป่วยเรียกคุณหมอเสียงแหบพร่า....."คุณหมอครับผมหายใจไม่ออก ผมจะตายมั้ยครับ"....ฉันแอบเห็นแววตาเศร้าของคุณหมอแว่บหนึ่ง คุณหมอเดินมาบอกฉันว่า ตัดสินใจใช้เครื่องช่วยหายใจ...ฉันพยักหน้า...จากนั้นพยาบาลก็วิ่งกันวุ่นวาย ปิดม่านในห้อง ฉันไม่เห็นภาพ ได้ยินแต่เสียงของผู้ป่วยร้องอย่างเจ็บปวด........

.....ในภาวะนั้น จิตใจฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันรู้สึกหวิวๆ มันถึงเวลาแล้วหรือ...ยังน่า...ฉันว่ามันยังไม่ใช่เวลาจริงๆ หรอก...ฉันตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาผู้ใหญ่ 2 ท่าน ที่คอยให้ความช่วยเหลือฉันและผู้ป่วย ในเวลาที่ฉันหมดที่พึ่ง...ก็ยังมี 2 ท่านนี้อยู่ข้างๆ ฉันตลอดเวลา ท่านหนึ่งเป็นหม่อมของหม่อมเจ้าผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง อีกท่านก็เป็นพระเอกตลอดกาลของวงการ ซึ่งท่านได้สร้างสมเด็จหลวงปูโตองค์ใหญ่ที่สุดในโลกไว้ที่ สีคิ้ว ไว้ให้ผู้คนได้กราบไหว้ตามศรัทธา....ฉันได้กำลังใจ ได้พลังจากทั้ง 2 ท่าน ที่จะฮึดอีกครั้ง....แม้จะคิดว่า.....มันอาจจะเป็นพลังสุดท้ายที่จะสู้แล้วก็ได้...

.....18 วัน ในโรงพยาบาล มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งเศร้า ทั้งสุข ทั้งโกรธแค้น ทั้งท้อถอย....ก็ผ่านพ้นไปอย่างอัศจรรย์...ฉันยังจำได้ดี

ทุกวันนี้...ฉันยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และผู้ป่วยของฉันก็ดูแลตัวเองอย่างดี เพื่อที่จะต่อสู้กับการมีชีวิตอยู่....มันไม่ต่างกันเลยในความตั้งใจและจุดมุ่งหมาย....

เมื่อวาน (26 เมษายน 2549) ฉันต้องเดินทางไปทำงานที่จังหวัดนครปฐมแต่เช้าตรู่ ทิ้งเขาไว้ที่บ้านคนเดียว แต่แล้วตอนบ่ายแก่ๆ ฉันได้รับโทรศัพท์จากทางโรงพยาบาลวิภาวดี ว่าเขาได้เข้ารับการรักษาอยู่ที่ห้องไอซียู ด้วยอาการน้ำท่วมปอด เหมือนเมื่อปลายปีที่แล้ว ฉันกังวลใจจนทำงานได้ไม่เต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถกลับมากรุงเทพได้อย่างทันที เพราะมีหลายอย่างที่รับผิดชอบอยู่ ได้แต่โทรศัพท์ถามข่าวคราวเป็นระยะๆ กับคุณหมอและพยาบาล สุดท้ายก็ได้รับข้อความว่าตอนนี้ได้ใช้เครื่องช่วยหายใจและให้คนไข้รับยานอนหลับ เพื่อพักผ่อนยาวๆ

ตลอดทางที่ขับรถกลับเข้ากรุงเทพมหานคร ฉันขับรถออกจากสวนสามพรานอย่างคนเลื่อนลอย จนขับรถเลยไปถึงพระปฐมเจดีย์จนจะออกราชบุรี จึงรู้สึกตัวแล้วกลับรถเพื่อเข้ากรุงเทพ พยายามเรียกสติตัวเองกลับมาอีกครั้ง มาถึงกรุงเทพเกือบ 4 ทุ่ม

วันนี้ (27 เมษายน 2549) ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งวัน เฝ้าดูอาการกับเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งที่นับถือกันมาก มาอยู่เป็นเพื่อนฉันตลอด...กำลังใจสำคัญนะตอนนี้

วันนี้(3 พฤษภาคม 2549) ฉันได้คุย msn กับเพื่อนสนิทถึงอาการป่วยของเขา ฉันบอกเพื่อนว่าตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว พูดจาเสียงดังเหมือนเดิม คาดว่าน่าจะกลับบ้านได้แล้ว แต่คุณหมอยังห่วงเรื่องความดันที่ตกลงมาก เลยอยากให้นอนสักวันสองวันค่อยกลับ เพื่อนบอกว่าหากว่าเขาเป็นอะไรก็คงต้องขออโหสิกรรมกันอย่างมากเลย ฉันสวนเพื่อนไปทันทีว่า หากเขาเป็นอะไรไป ฉันจะบวช ทีแรกเพื่อนคิดว่าพูดเล่น แต่ฉันพูดจริง ว่าจะบวชให้ 7 วัน

พอประมาณ บ่ายสามโมงเกือบครึ่ง ฉันได้คุยโทรศัพท์กับเขา เสียงใสมาก บอกว่าคืนนี้อยากให้ฉันไปนอนเป็นเพื่อนที่โรงพยาบาล และอยากทานอาหารที่อร่อยๆ ไม่เหมือนอาหารของโรงพยาบาลเพราะเบื่อเมนูแล้ว ฉันก็บอกว่าจะกลับไปบ้านก่อน ไปเอาของแล้วจะรีบมาโรงพยาบาล จากนั้นประมาณสี่โมงเกือบครึ่ง ฉันได้รับโทรศัพท์จากคุณหมอว่าตอนนี้กำลังทำการปั๊มหัวใจอยู่ประมาณชั่วโมงหนึ่งแล้ว ฉันยังบอกว่าเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเขาเพิ่งคุยกับฉันอยู่นี่ ฉันรีบขับรถไปโรงพยาบาล เห็นภาพคนใส่ชุดขาวรุมอยู่ที่เตียงประมาณสิบกว่าคน พยายามปั๋มหัวใจ แต่เขาไม่หายใจ พอปั๊มทีเลือดก็ไปเลี้ยงหัวใจทำให้รู้สึกตัว แต่ไม่หายใจ

และฉันไม่เคยคิดเลยว่า จะเป็นวันสุดท้ายของอาจารย์คิด สุวรรณศร คนที่ฉันใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมา 18 ปี หลับเถิดอาจารย์ ไม่ต้องเป็นห่วง...รักที่สุดในชีวิต...เอ็กซ์

ผลงานของอาจารย์ที่ผ่านมา

http://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94+%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A8%E0%B8%A3+&hl=th&lr=&start=0&sa=N