2006/Jun/23

"โต ซิลลี่ ฟูลส์" แถลงเครียดแยกทางกับเพื่อนสมาชิก เจ้าตัวยืนยันไม่เกี่ยวกับแนวความคิดและไม่ได้ทะเลาะกัน หากแต่เพราะอึดอัดการทำงานที่ค่อนข้างจะขัดกับหลักศาสนาที่นับถือและอุดมการณ์ ส่วนวง "ซิลลี่ ฟูลส์" ยังอยู่ พร้อมเตรียมออกชุดใหม่

หลังมีข่าวลือออกมาค่อนข้างจะหนักในช่วงนี้ว่า หนึ่งในวงดนตรีร็อกคุณภาพของบ้านเรา "ซิลลี่ ฟูลส์" สังกัดค่ายมอร์ มิวสิค ของแกรมมี่ฯ เตรียมจะยุบวงด้วยกระแสข่าวต่างๆ นานา บ้างก็ว่าเป็นเพราะความคิดที่ไม่ลงตัวกันของสมาชิกคนสำคัญในวงอย่างนักร้องนำ "โต ณัฐพล พุทธภาวนา" กับมือกีต้าร์ "ต้น ทรงพล จูประเสริฐ" ขณะที่อีกเสียงก็ว่าเป็นเพราะการอิ่มตัวของการทำงานเพลง หรือจะเป็นเรื่องของยอดขายและความนิยมที่ตกลงไปเนื่องจากมีวงร็อกรุ่นใหม่ๆ อย่าง "บอดี้ แสลม" หรือ "บิ๊กแอส" ขึ้นมาแทน

รวมไปถึงเรื่องที่ว่าการยุบวงในครั้งนี้ก็มาจากการที่มีข่าวว่าทางแกรมมี่ฯ นั้นเตรียมที่จะปิดค่าย มอร์ มิวสิค นั้น

ในที่สุดเรื่องดังกล่าวก็เป็นความจริงช็อกแฟนเพลงขึ้นมาจนได้ เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาของวันนี้ (26) ที่ บ.แกรมมี่ฯ ได้จัดให้มีการแถลงข่าวชี้แจงเสียงล่ำลือที่ออกมา ซึ่ง "โต ณัฐพล พุทธภาวนา" นักร้องนำในฐานะตัวแทนของวง "ซิลลี่ ฟูลส์" ได้เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องจริงแต่ไม่ใช่ทั้งหมด โดยเจ้าตัวบอกว่า วง "ซิลลี่ ฟูลส์" นั้นยังมีอยู่ หากแต่จะไม่มีตนในฐานะนักร้องนำอีกต่อไป

ทั้งนี้อดีตนักร้องนำของซิลลี่ ฟูลส์ หมาดๆ ยืนยันว่าการแยกออกมาของตนนั้นไม่ได้มีการทะเลาะหรือผิดใจกับเพื่อนสมาชิกของวงส่วนใหญ่แต่อย่างไร หากแต่เป็นผลการโหวตจากเพื่อน โดยมีสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัวเนื่องจากที่ผ่านมาการทำงานในฐานะของตนในฐานะนักร้องนำ ทั้งการไปเล่นคอนเสิร์ตตามผับ เธค รวมถึงการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าหลายชิ้นที่ค่อนข้างจะผิดหลักศานาและอุดมการณ์ของตน

การแยกวงของซิลลี่ ฟูลส์ จริงๆ คือมันไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด ซิลลี่ ฟูลส์ ยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ 3 คนในวงโหวตให้ผมออกจากวง คือก่อนที่จะออกเทปจะมีการวางแผนการทำงานในอนาคต ผมก็ขอรีเควส ขอไม่รับพรีเซ็นเตอร์แอลกอฮอลล์ ผมไม่ใช่ผู้เสพสินค้าตัวนั้น และไม่อยากชักนำให้หลายๆ คนใช้ ซิลลี่ ฟูลส์เป็นประชาธิปไตย เวลาจะทำอะไรจะต้องโหวตออกเสียง ซึ่งเขาก็โหวตให้ผมออกไป"

"พวกเขาไม่สนใจสินค้า และต้องการจะทำงานกันต่อไป แต่ผมมีอุดมการณ์ในเรื่องนี้ หลายปีที่เล่นคอนเสิร์ตให้กับสินค้าประเภทนี้ แล้วมีเรื่องกันในคอนเสิร์ต คนจะมองว่าเป็นเพราะเพลงที่ผมแต่ง มึนเมากันบ้าง จะฆ่ากันบ้าง แต่จริงๆ เป็นเพราะพวกเขาขาดสติ เขาใช้สินค้าเหล่านี้ เราเล่นให้สินค้านั้น แล้วไปชักชวนให้เขากินมากๆ มันไม่ดี ผมขอตัดสินใจทำเพื่อแฟนเพลง เพื่อสังคม อยากให้ทุกคนมีดูคอนเสิร์ตแบบมีความสุข และเป็นคอนเสิร์ตจริงๆ

"โต" เผยต่อไปว่าตนเองไม่ได้เรื่องมากแต่เป็นความเชื่อและอุดมการณ์ที่ไม่อยากจะทรยศ ยอมรับมีความพยายามหาทางออกแล้ว แต่ไม่ลงตัว สุดท้ายจึงต้องใช้การโหวตและผลก็ออกมาอย่างที่เป็นอยู่ พร้อมกับยืนยันไม่ใช่ดังแล้วแยกวงอย่างแน่นอน
"ปกติในการรับสปอนเซอร์จะได้ 10 - 15 % ผมก็บอกว่าเอางี้ได้มั้ย ผมชดเชยส่วนนี้ให้เขามาหาที่บ้านเขาบอกเราต้องแยกวงแล้วแหละ ผมก็โอเค สาเหตุการออกไม่มีใครผิด ไม่มีใครมีปัญหา อุดมการณ์ 10 ปีของวงไม่ได้เปลี่ยน การทำดนตรีก็ยังเหมือนเดิม ตอนนี้วงทำเพลงได้ 10 เพลงแล้ว แฟนเพลงไม่ต้องตกใจ มันเป็นเรื่องของอุดมการณ์ เราใช้การโหวตถ้าความคิดเราตกไปก็ต้องยอมรับ ผมคิดว่าหัวข้อนี้ที่ได้ยกมาเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ มันเป็นเรื่องของอุดมการณ์ ความเป็นซิลลี่ ฟูลส์ยังอยู่"

"ผมเพิ่งจะรู้ข่าวเรื่องออกจากวงได้ไม่ถึงเดือนไม่คิดว่าจะแยกวง ตอนนี้ก็เลยต้องเริ่มต้นทำงานใหม่ ว่าจะทำเป็นทิศทางไหนดี ทำไปได้ 10 - 20% ซึ่งอาจจะมีช้านิดหนึ่งที่พูดตรงนี้เพราะว่ามีข่าวว่าดังแล้วแยกวง ผมเริ่มทำอาชีพนี้ด้วยอุดมการณ์ อยากทำเพลงให้บ้านเมืองวงการได้พัฒนา เงินไม่ใช่ประเด็น เรื่องที่ข่าวบอกว่าวงไม่มีจะกิน ไม่ใช่"

"ระบบของวงเราคือหาร 4 ทุกอย่าง ผมเป็นคนเขียนเนื้อร้อง ทำนองแล้วก็ร้องเพลงแต่หารสี่หมด เพราะไม่อยากให้เรื่องเงินมาทำลายประสิทธิภาพในการทำงาน ดังนั้นวงนี้มีกินกันทุกคน ไม่ใช่ผมอยากดัง ดังไปก็กินไม่ได้ แต่ที่ต้องออกเพราะวงโหวตให้ออกทั้ง 3 คน ผมไม่ใช่ดังแล้วแยกวง แต่ทำเพื่ออุดมการณ์ ทำในสิ่งที่ดีที่สุด พูดเรื่องจริงที่สุด"

"การรับงานถ้าเห็นไม่ตรงกันก็ต้องเคลียร์กัน แฟนเพลงอาจจะตกใจแต่มันก็น่าจะเป็นผลดี อุดมการณ์ในการรับงานอาจจะเปลี่ยนไป แต่อุดมการณ์ในการทำงานเพลงไม่เปลี่ยน ส่วนผมก็จะหาแนวทางใหม่เท่าที่ทำได้ ก็ต้องมารอดูว่าใครจะมาเขียนเพลงและมาร้องเพลงให้ซิลลี่ ฟูลส์"

นักร้องนำซิลลี่ ฟูลส์ที่กลายเป็นอดีตไปแล้วเผยว่ารู้สึกเสียใจเหมือนกันที่ผลออกมาเช่นนี้ แต่ก็ต้องยอมรับในการโหวต พร้อมยืนยันไม่ได้ทะเลาะกัน ส่วนสาเหตุที่ต้องขึ้นแถลงข่าวคนเดียวในขณะที่สมาชิกอีก 3 คนก็มาด้วยนั้น โตบอกว่าเป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้แล้ว
"ไม่ได้ทะเลาะกัน เรื่องคือเวลาจะทำอะไรต้องมีการโหวต สำหรับเรื่องนี้มีการขึ้นกระดานข้อดีข้อเสีย พอโหวตเรื่องนี้เขาก็มาคุยกัน 3 คน แล้วมาหาผมที่บ้าน แล้วมาบอกเราว่าเรารับไม่ได้สำหรับการคิดแบบนี้ สำหรับผมเสียใจแต่ก็ต้องยอมรับเสียงประชาธิปไตย ก็ต้องเดินออกไป"

"ผมรับไม่ได้ตามหลักศาสนาผมก็โอเค โตแล้วแก่แล้วจะทะเลาะกันไปทำไม ก็มีการคุยกันแล้วว่าผมจะคุยคนเดียวดีกว่า ผมต้องการพูดเพราะว่าที่ผ่านมาทำให้คิดว่าผมแยกวง จริงๆ แล้วผมมีอุดมการณ์ในการทำงาน ถ้าฟังเพลงผม 7 ชุดจะว่าผมไม่เคยทิ้งใคร ผมโดนแต่ผู้หญิงทิ้งหมดแล้ว...ผมรักแล้วก็แคร์วงมาก แต่ไม่ใช่จะมานั่งเขียนเพลงทำเพลงให้ฟรี ในเมื่อเขาโหวตผมก็ต้องออก"

"ส่วนในอนาคตที่จะต้องได้มาร่วมงานกัน ถ้าเป็นเรื่องสปอนเซอร์แบบนี้อีกคงไม่ได้ ผมเห็นหลายครั้งที่คนตีกันแล้วรู้สึกไม่ดี ผมเป็นคนมีความรับผิดชอบ ไม่อยากเห็นอย่างนั้นอีก"

เป็นเรื่องภายในวงที่ไม่เกี่ยวกับผู้ใหญ่ในแกรมมี่ฯ ส่วนอนาตตนั้นโตบอกว่าก็ยังคงทำงานในมอร์ มิวสิค เหมือนเดิม
"เรื่องนี้เราคุยกันเอง มันเป็นเรื่องในวงเราคุยกันเองไม่ใช่จะให้ผู้ใหญ่เรียกมาคุย ผมก็ยังอยู่ในมอร์มิวสิคเหมือนเดิม มันไม่ใช่เรื่องเงินแต่เป็นเรื่องการรับงาน เหมือนกับว่าผมเป็นอิสลามจะมาบังคับให้ผมกินหมูไม่ได้ เขาไม่ชอบกินหมู ผมก็ต้องไปกินอย่างอื่น ผมก็ต้องไปกินเนื้อ"

อนาคตก็หาแนวทางใหม่ในการทำดนตรี ทำดนตรีใหม่หมด100% ตอนนี้ผมทำมาแล้ว 20-30% ซึ่งมันใหม่มาก มากจนน่าตกใจเกินไปรึเปล่า ส่วนจะทำวงขึ้นมาอีกหรือเปล่ายังไม่รู้ ยังไม่ทันได้วางแผน เพราะเรื่องมันเร็วมาก ผมเพิ่งรู้เรื่องเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว ในขณะที่อัลบั้มก็คือใกล้จะออกแล้ว ผมไม่อยากจะฟอร์มทีม อันดับแรกต้องทำเพลงก่อน ถ้าเพลงไม่ดี ผมไม่ออกเทป จากนั้นค่อยคิดเรื่องอื่น ตอนที่ทำซิลลี่ ฟูลส์เราก็ทำกันแบบนี้"

จะเล่นตามผับมั้ยต่อจากนี้?
"ผมไม่ได้มีปัญหากับผับ แต่ไม่อยากให้ใช้ผมไปขายสินค้าประเภทนั้น ประเด็นคือผมไม่ชอบหลอกใคร ถ้าผมไม่อยากทำผมก็ไม่ทำ อย่างเอ็ม 150 ผมกินจริงๆ ผมก็รับ ยามาฮ่าผมขับผมก็รับ ยี่ห้ออื่นมาเสนอก็ไม่เอา กับผมมันเป็นยิ่งกว่าสัญญา เพราะผมเป็นลูกค้าของเขาจริงๆ ถ้าชอบก็ทำ ถ้าไม่ชอบให้หมื่นล้านก็ไม่เอา"

ต่อคำถามที่ว่าจะร้องเพลงของ "ซิลลี่ ฟูลส์" อีกครั้งมั้ย โตไม่ได้บอกตรงๆ แต่บอกว่ากฎหมายเมืองไทยยังไม่มีระบบเก็บเงินคนร้องเพลง ก่อนจะยืนยันทิ้งท้ายไม่มีปัญหาขัดแย้งกับเพื่อนร่วมวง แต่ยอมรับไม่ได้คุยกันมานานร่วม 1 ปีแล้ว

"ผมเป็นคนทำเพลงมา 7 ชุด 70 เพลง ผมเขียนเนื้อร้องทำนองเองหมด ปัจจุบันแท็กซี่ กับปาล์มมี่ก็เอาไปร้อง คนทั่วประเทศร้องเพลงผมได้ กฎหมายเมืองไทยยังไม่มีระบบเก็บเงินคนร้องเพลง"

"เราไม่ได้คุยอะไรกันมาหนึ่งปีแล้วครับ คือด้วยระบบการทำงานคือเก็บตัว ต่างคนต่างทำงาน แล้วมาเจอกันเวลาออกเทป (ไม่ขัดแย้งทำไมเขาลุกหนีไป) ไม่รู้นะ เราเจอกันครั้งสุดท้ายที่บ้านผม ที่เขาบอกว่าไม่ไหวแล้วโหวตให้ผมออกนั่นแหละ ขัดแย้งผมไม่รู้นะ เดี๋ยวแถลงข่าวเสร็จก็จะขึ้นไปข้างบน ถ้าขัดแย้งกันก็คงจะไปซัดกันข้างบน..(ยิ้ม)"
..........
สำหรับวงซิลลี่ ฟูลส์ นั้น แรกเริ่มเดิมทีประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนด้วยกัน คือ โต (ณัฐพล พุทธภาวนา) นักร้องนำ , ต้น (ทรงพล จูประเสริฐ)มือกีตาร์, หรั่ง (เทวฤทธิ์ ศรีสุข) มือเบส และเต้ย มือกลอง ต่อมาเต้ยหันไปสนใจ การเรียนด้านโปรแกรมมิ่ง ขอลาออกเพื่อไปศึกษาต่อ จึงมีสมาชิกใหม่มาทำหน้าที่ มือกลองแทน คือ "ต่อ" ต่อตระกูล ใบเงิน

ย้อนไปประมาณปี 2539 ก่อนที่พวกเขาจะเข้ามาสังกัด "มอร์ มิวสิค" ของแกรมมี่ฯ ซิลลี่ ฟูลส์เคยมีงาน E.P. ออกมา 1 ชุด ร่วมกับวง สโตนโซล, วิเศษนิยม สังกัดค่ายเบเกอรี่ฯ แต่ไม่มีโอกาสได้ทำอัลบั้มเต็มร่วมกัน จากนั้นพวกเขาจึงย้ายมาอยู่กับแกรมมี่ฯ มีผลงานออกมา 5 ชุด คือ IQ.180 (2541), Candyman (2542), mint (2543), Juicy (2545) และ King Size (2546)

ซึ่งด้วยรูปแบบของดนตรีที่ผสมกันอย่างลงตัว ทั้ง ร็อก, ป็อป, ฮาร์ดคอร์, อิเล็กทรอนิกส์ฯ จนเกิดเป็นแนวดนตรีในแบบฉบับของตัวเอง บวกกับเนื้อหาของเพลงและเสียงร้องที่แปลกหูนั่นเองที่ทำให้งานของพวกเขาในแต่ละอัลบั้มได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี และถือได้ว่าเป็นวงดนตรีที่มีคุณภาพวงหนึ่งของบ้านเราเลยทีเดียว

โต ซิลลี่ ฟูลส์ กับชีวิตที่มาเหนือเมฆ

โดย ผู้จัดการออนไลน์26 มิถุนายน 2549 14:33 น.



บทความที่คุณๆท่านๆได้อ่านมาทั้งหมดนั้นผมว่ามันให้แง่คิดอะไรบ้างอย่างกับชีวิตของเราเหมือนกันนะ ความชัดเจนกับตัวตน อุดมการณ์ของแต่ละคน จุดยืนที่เราควรมี อืม เอาเป็นว่า ผมจะจดจำวง SillyFools ไว้ในใจตลอดไป

# มาดูความคลั่งของผมหน่อยละ กันhttp://deksilly.tk/

# คงไม่ต้องบรรยายว่าผมชื่นชมวงนี้เพียงใด


# ยัง มันยังไม่จบ มีต่อครับ

3 สมาชิก "ซิลลี่ ฟูลส์" แถลงข่าวโต้กลับนักร้องนำ "โต" หลังถูกพูดถึงฝ่ายเดียวเมื่อคราวประกาศแยกวง ยันไม่มีใครโหวตใครออกเพียงแต่ส่วนใหญ่รับข้อเสนอไม่ได้ ซัดเละอดีตนักร้องนำพูดเอาดีใส่ตัวทำให้เพื่อนคนอื่นดูไร้ค่า ปฏิเสธไม่มีใครบังคับใครให้ทำอะไร พูดแรงไม่ใช่เพื่อนแค่สัตว์ร่วมโลก ก่อนยอมรับไม่มีทางได้กลับร่วมงานกันอีก

โต้กันเละเลยทีเดียวสำหรับ 3 สมาชิกที่เหลือของวงร็อกน้ำดี "ซิลลี่ ฟูลส์" ต้น (จักรินทร์ จูประเสริฐ) มือกีต้าร์ หรั่ง (เทวฤทธิ์ ศรีสุข) มือเบสตอบ และ ต่อ (ต่อตระกูล ใบเงิน) มือกลอง ที่ได้ร่วมกันประสานเสียงแถลงข่าวซัดเพื่อนร่วมวง "โต ณัฐพล พุทธภาวนา" หลังอดีตนักร้องนำได้เผยถึงสาเหตุของการแยกออกมาจากวงว่าเป็นเพราะอุดมการณ์ของตนที่ไม่เข้ากับสมาชิกที่เหลือกระทั่งต้องถูกโหวตให้ออกมา

โดยทั้งสามชี้แจงว่าหลายอย่างที่อดีตนักร้องนำพูดนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริงเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น เป็นเหตุให้เพื่อนๆ ที่เหลือดูไร้ค่าสำหรับความเป็น "ซิลลี่ ฟูลส์" พร้อมกับเผยถึงสาเหตุของการแยกวงว่ามาจากการที่ส่วนใหญ่รับไม่ได้กับข้อเสนอของอดีตนักร้องนำของวงจริง แต่ไม่ได้มีการโหวตใครออก เป็นเพียงความคิดที่แตกต่างและจำต้องแยกย้ายกันไป

ในขณะที่มือกีต้าร์ "ต้น จักรินทร์" ซึ่งยืนยันว่างานเพลงส่วนใหญ่นั้นตนทำเกือบจะทั้งหมดยอมรับว่าคงจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกแล้วกับการที่ซิลลี่ ฟูลส์ จะมีนักร้องนำชื่อ "โต ณัฐพล" แถมยังพูดแรง หมดความเป็นเพื่อนกันไปนานแล้ว ส่วนปัจจุบันก็เป็นได้แค่สัตว์ร่วมโลกกันเท่านั้น

ต้น : เริ่มแรกผมต้องเรียนอย่างนี้ การที่วงซิลลี่ฟูลส์ต้องแยกเป็นสองส่วนเป็นความต้องการของโต เขาไม่อยากรับงานทัวร์คอนเสิร์ต เล่นดนตรีในผับหรือร้านอาหาร มันเป็นอุดมการณ์ของเขา เขามาคุยกับผม แล้วผมก็ไปปรึกษาเพื่อนอีก 2 คน ทางโตเขายืนกรานแน่นอนที่จะไม่รับงานที่เกี่ยวข้องกับของมึนเมา เขามีความคิดตรงไปตรงมา เรื่องนี้ไม่มีใครผิดใครถูก

เพียงแต่ผมรับข้อเสนอของโตไม่ได้ อัลบั้มของศิลปินทั้งประเทศ มันจำเป็นต้องมีการทัวร์คอนเสิร์ต รายได้หลักมันมาจากตรงนี้ ผมก็ไม่ว่าเขาหรอกนะ ผมเปรียบเทียบอย่างนี้ เหมือนผม 3 คนต้องการกินไก่ แต่โตไม่อยากกิน เราเลยมีความรู้สึกว่าแค่คนเดียวที่ทำตัวแตกต่าง ก็เลยต้องแยกย้ายกันไป แต่ยืนยันว่าพวกผม 3 คนไม่ได้มีการโหวตเขาออก

ผมไม่เข้าใจในการเลือกทางเดินของเขา แต่ข่าวที่ออกมามันชัดเจนมากว่าพวกผมโหวตเพื่อนออก ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่ ทำให้คนอื่นมองเราไม่ดี ในกลุ่มเรามีนักดนตรี 3 คนนักร้องนำหนึ่งคนผมร้องเพลงไม่เป็น ผมยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะไปโหวตนักร้องนำออกอย่างการทำอัลบั้มขึ้นมาชุดนึงทั้งทำนองเนื้อร้อง 90% ผมทำเองหมด แต่โตเขากลับไปพูดว่าเขาทำหมด ผมทำแล้วรู้สึกว่าพวกเราที่เหลือดูไม่มีค่าเลย

จะมีโอกาสกลับมาร่วมงานกันได้อีกมั้ย?
หรั่ง : คงจะต้องทางใครทางมัน คงไม่กลับมาเจอกันอีก ต่างคนต่างแยก

ต้น : ในเมื่อตอนที่เขามาบอกเราก็พยายามยื้อรั้งเขาเอาไว้ให้เหตุผลต่างๆ นานาแต่เราก็บังคับเขาไม่ได้ และไม่คิดว่าจะบังคับด้วย จริงๆ มันก็แค่นี้ แต่ไม่รู้ทำไมตัวเขาถึงรู้สึกว่าเราโหวตเขาออก

ต่อ : ความจริงผมไปคุยกับโตก่อนที่โตจะแถลงข่าว แล้ววันนั้นในงาน พวกผมก็ไปในงานวันนั้นด้วยก็อยากรู้ว่าโตจะพูดว่าอะไร แล้วก็ไปนั่งในที่นั่งของนักข่าว พอซักพักก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามาบอกให้พวกผมออกไป ไม่อยากให้พวกผมอยู่ตรงนี้ก่อนที่จะมีการแถลงข่าว

ผู้ใหญ่ทางแกรมมี่รึเปล่าที่โทรมา?
ต่อ : ตรงนั้นไม่สำคัญหรอกว่าเป็นใคร สำคัญที่เพื่อนเรามากกว่า ว่าเขาไม่พูดสิ่งที่เป็นความจริง

ต้น : สิ่งสำคัญสำหรับเหตุการณ์ที่ผ่านมา นักร้องในวงมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คน แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่โตจะพูดอยู่คนเดียว สำหรับผมกับโตเราไม่คุยกันมาเป็นปีแล้ว แต่ผมก็ถือว่ามันเป็นปกติของนักร้องที่เขาไม่อยากเป็นพรีเซ็นเตอร์ของมึนเมา แต่อย่างที่ผ่านมาโตไปถ่ายโฆษณาเอ็มร้อย 50 กับยามาฮ่า เขาก็ไปคุยเองมันเป็นค่าตัวของเขา ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเลย

เป็นการขัดผลประโยชน์กันในวงหรือเปล่า?
ต้น: ไม่ มันเป็นคนละส่วนกัน เขารับโฆษณามันก็เป็นรายได้ของเขา และส่วนใหญ่โตจะเป็นคนคุยเองตลอดไม่ได้มาบอกพวกผม

ต่อ : เขาพูดเหมือนพวกผมไปบังคับให้เขารับงาน ทำงานมา 4 ปีผมกล้ายืนยันได้เลยว่า งานของพวกเราไม่เคยเกี่ยวข้องกับของมึนเมาแต่มันอยู่ที่เขามากกว่า เพราะจุดประสงค์ของเขาคือไม่ต้องการเล่นดนตรีในผับ

หรั่ง : จริงๆ แล้วมันก็เป็นนโยบายของทางแกรมมี่ ที่ไม่ต้องการให้ศิลปินรับเป็นพรีเซ็นเตอร์จำพวกเหล้า ไม่ใช่ว่าพวกผมไม่ให้เขารับ

โตเขาบอกเล่นดนตรีในผับก็เป็นหนึ่งคอนเสิร์ตที่ท้าทายแล้วก็สนุกดีตรงนี้ข้อเท็จจริงคืออย่างไร?
ต้น : ถ้าเขาบอกว่าเขาเล่นแล้วบอกว่าสนุกผมจะไม่ว่า แต่ถ้าเขาคิดแบบนั้นก็ดีแล้ว ผมเลยรู้สึกว่าในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้ผมต้องยอมเขาหรือ ทุกวันนี้ผมไม่ได้เป็นนักร้อง การทำวงก็คงต้องเริ่มกันใหม่ แต่ตอนนี้บอกได้เลยว่าชีวิตมันเลวร้ายมาก

ได้คุยกับทางแกรมมี่มั้ย?
ต่อ : ส่วนนี้ผมไม่ขอพูดอะไรมาก แต่มันยังไม่เลวร้าย ผู้ใหญ่เขาก็เรียกเข้าไปคุย เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไม่ได้รู้ว่าพวกเรามีปัญหาอะไรกัน ถามว่าเตรียมนักร้องใหม่ไว้หรือยังก็ยังนะ คงต้องทำเพลงให้เสร็จก่อน แต่นักร้องนำคนใหม่คงไม่ใช่แนวเดียวกับโต แบบนั้นน่ะโตคงเป็นได้คนเดียว เรื่องวางแผงตัดทิ้งไปก่อนได้เลย ตอนนี้ยังไมได้คิด

มีโอกาสได้คุยกับโตบ้างหรือยัง?
ต่อ : ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย ถ้าเจอก็ไม่รู้จะพูดอะไรมันมองหน้ากันไม่ติดแล้ว ผมไม่อยากเล่าแต่มันคงไม่มีปัญหาถึงขั้นทะเลาะตบตีหรือด่ากัน ตรงนี้ผมแค่อยากออกมาบอกความจริงว่าพวกผมไม่ได้โหวตนักร้องนำออก นักร้องนำคงเป็นหน้าเป็นตาของวงก็จริง แต่ในขั้นตอนของการทำเพลงเขาไม่ใช่

อนาคตของซิลลี่ ฟูลส์จะเป็นอย่างไรต่อไป?
ต่อ : ตอนนี้มันเลวร้ายสุดๆ เดินไปมีแต่คนมาด่าว่าพวกเราเห็นแก่ตัว สุดท้ายวันที่ต้องแยกกันก็มีแค่นักร้องนำคนเดียวที่ออกมาพูด โดยที่พวกผมไม่ได้พูดอะไรเลย ก็เลยอยากให้ฟังความทั้งสองฝ่าย ใช้เหตุผลคิดกันเอาเอง ผมไม่ได้บังคับให้เชื่อ แค่อยากพูดความจริง ผมเล่นดนตรี เขาก็เป็นนักร้องต่างคนต่างทำหน้าที่กันไป ส่วนการรกลับมาร่วมงานไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว

รู้สึกอย่างไรบ้างมที่โตแถลงครั้งแรก?
ต้น : มันไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเราแล้วตอนนี้ เราไม่ได้เกาะนักร้องกิน มันผ่านมานานแล้ว ผมรู้สึกเฉยๆ

ต่อ : ผมว่ามันก็ดีอย่างน้อยผมก็ยังมีเพื่อนอีก2 คนที่จริงใจ และยังสามารถที่จะทำงานร่วมกันได้ เราเข้าขากันได้ดี

หรั่ง : เกิดเหตุการณ์แบบนี้ทำให้รู้ว่าใครคือเพื่อนแท้อย่างน้อยเราก็ยังเหลือคนขับรถ ทีมงาน เขาอยู่กับผม 4 ปีที่ผ่านมาทำให้ผมรู้จักโตดีขึ้น

ชื่อวงยังคงเป็นซิลลี่ ฟูลส์เหมือนเดิมหรือเปล่า?
ต้น : ทางครอบครัวและคนรอบข้างเขาอยากให้ใช้ชื่อเดิมเพราชื่อนี้ผมเป็นคนตั้ง ตั้งแต่ตอนแรกที่เป็นวงใต้ดิน เพียงแต่เวลาเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่โตจะเป็นคนคุยเสียมากกว่า

ในส่วนของเพลงชุดใหม่จะเป็นของแกรมมี่อีกมั้ย?
ต้น : ไม่เกี่ยวกัน เพลงใหม่อยู่กับผมทั้งหมด ผมหมดสัญญาไปกับแกรมมี่ 3 ปีแล้ว ส่วนเพลงเก่าถ้าโตเขาจะเอาไปร้องที่ไหนผมก็ไม่มีปัญหา ผมรู้จักโตดี เขามาเล่าอะไรให้ฟังผมแค่รับรู้ แต่เขาเป็นคนพูดอะไรแล้วไม่เปลี่ยน อันนี้ก็คงแล้วแต่เขา ตอนนี้ผมก็ทำงานเพลงไปเรื่อยๆ ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของผม ส่วนความเป็นไปได้ที่จะทำกับแกรมมี่อีกหรือเปล่าอันนี้ไม่แน่ใจ เพรายังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ แต่สำหรับผมไม่มีปัญหา

มีค่ายเทปอื่นติดต่อมาบ้างหรือเปล่า?
ต้น :ไม่มีเรื่องของค่ายเพลงเป็นเรื่องอนาคต คงช่วยอะไรไม่ได้ และสำหรับโตผมคงไม่มีอะไรจะพูดกับเขา ต่างคนต่างอยู่ ถือว่าเป็นสัตว์ร่วมโลกน่ะครับ


โดย ผู้จัดการออนไลน์6 กรกฎาคม 2549 19:07น.